แชร์! วิธีวิ่งในผู้สูงอายุ ทำตามด่วน

แชร์! วิธีวิ่งในผู้สูงอายุ ทำตามด่วน

วิธีวิ่งในผู้สูงอายุ ประสบการณ์จริงจากนักวิ่งวัย 80+ รู้แล้วต้องบอกต่อ

วิธีวิ่งในผู้สูงอายุ ที่สามารถทำตามได้อย่างปลอดภัย เพราะหลายคนคงเคยได้ยินคํากล่าวที่ว่า “อายุเป็นเพียงตัวเลข” นั่นหมายความว่า มันอาจไม่ใช่เรื่องสลักสําคัญอะไรนัก ที่จะต้องคํานึงถึงบนเส้นทางการ “วิ่ง” ออกกําลังกาย ที่มีตัวอย่างของนักวิ่งสูงวัยหัวใจสตรองให้เห็นมากมาย อาทิ

คุณตา จอห์น เคลเลย์ นักวิ่งอาวุโสวัย 84 ปี เจ้าของสถิติลงแข่งรายการบอสตันมาราธอนมากที่สุด คุณตาดิมิทริออน ยอร์ดานิดิส ผู้ซึ่งลงแข่งขันวิ่งจากเมืองมาราธอนไปยังกรุงเอเธนส์ในปีค.ศ. 1976 ด้วยวัย 98 ปี รวมถึงการทุบสถิติใหม่ให้กับวงการวิ่งของ คุณยายแกลดีส เบอร์ริลล์ อายุ 92 ปี ด้วยการเป็นผู้หญิงที่อายุมากที่สุดในโลก ที่ลงแข่งวิ่งมาราธอนและเข้าเส้นชัยได้สําเร็จ ส่วนนักวิ่งอาวุโสของไทยก็มีไม่น้อย หนึ่งในนั้นหนีไม่พ้น คุณสุนันทา เลื่อมประภัศร์ หญิงแกร่งน่องเหล็กวัย 80+ เจ้าของประสบการณ์สุขภาพในวันนี้

 

คู่ชีวิต คู่ออกกําลังกาย

แม้กล้ามเนื้อขาที่ฟิตแอนด์เฟิร์มเกินอายุ จะบ่งบอกถึงความเก๋าสนามของคุณสุนันทาได้เป็นอย่างดี แต่เชื่อหรือไม่ว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยคิดจะวิ่งอย่างจริงจังมาก่อน จนกระทั่งถึงจุดเปลี่ยนในชีวิตทําให้เธอเริ่มวิ่งและต้องวิ่งในช่วงที่อายุมากแล้ว

“เนื่องจากสามีไม่สบาย เป็นเส้นเลือดหัวใจตีบต้องผ่าตัดบายพาส หลังจากผ่าตัดคุณหมอให้ไปออกกําลังกาย ตัวเองอยู่บ้านไม่รู้จะทําอะไร ก็ตามออกไปเป็นเพื่อน แรกๆก็ไปนั่งรอเฉยๆ จนกระทั่งสามีวิ่งจบใช้เวลาชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมง นั่งรอไปรอมาตัวเองก็เบื่อเลยลุกขึ้นมาหัดวิ่งเองบ้าง”

คุณสุนันทาเล่าต่อว่า “ครั้งแรกวิ่งได้แค่ 100 เมตร ก็เหนื่อยแฮ่กแล้ว วิ่งไม่ไหวต้องนั่งพัก เพราะหายใจไม่ออก คนไม่เคยออกกําลังกายจะวิ่งไม่ได้ แต่ก็ไม่ท้อนะ พอหายเหนื่อยก็วิ่งต่อไปอีกวิ่งๆ หยุดๆ อยู่แบบนี้จนกระทั่งครบ 1 รอบสนาม”

ด้วยความพยายาม ระยะทางที่เคยวิ่งได้เพียงหลักร้อยเมตร จึงเริ่มขยับเป็น 3 กิโลเมตรบ้าง 5 กิโลเมตรบ้าง นานเข้าเธอก็สามารถเพิ่มระยะจนวิ่งได้ถึง 10 กิโลเมตร และเพิ่มเป็น 21.1 กิโลเมตร กระทั่งกล้ามเนื้อเริ่มแข็งแกร่ง สามารถสร้างพละกําลังให้วิ่งถึงระยะทาง 42 กิโลเมตร ได้อย่างน่าประหลาด ทั้งที่อายุมากและไม่เคยเป็นนักกีฬามาก่อน

“ทั้งชีวิต วิ่งมาราธอนมาทั้งหมด 53 สนาม เพิ่งหยุดวิ่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เพราะเกรงใจคนจัดงานเขาน่ะ ต้องมารอคนแก่” เธอบอกเหตุผลพร้อมเสียงหัวเราะ แต่กระนั้นนักวิ่งสูงวัยหัวใจสตรองคนนี้ก็ยังคงวิ่งฮาล์ฟมาราธอน(21กิโลเมตร) และมินิมาราธอน 10 กิโลเมตร และเพิ่มสีสันให้ชีวิตด้วยการไปวิ่งในประเทศเพื่อนบ้านอยู่เนืองๆ ทั้งสิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ ปีนัง โตเกียว เซี่ยเหมิน ฯลฯ ณ วันนี้ แม้วัยจะล่วงเลยเข้าสู่เลขแปด แต่คุณสุนันทายังคงมีตารางงานวิ่งรออยู่อีกมากมาย ส่วนในวันว่างที่ไม่มีโปรแกรมการวิ่ง เธอก็ไม่เคยปล่อยให้ร่างกายเหี่ยวเฉาไปตามเวลา ต้องออกมายืดเส้นยืดสายเสริมสมรรถภาพทางกายแบบเบาๆ อย่างสม่ำเสมอ

“คนที่ไม่เคยวิ่ง ไม่ว่าจะวัยไหน อายุเท่าไร ต้องเริ่มจากการเดินเร็วก่อน จากนั้นให้ลองวิ่งเหยาะๆ ไปเรื่อยๆ ถ้าเหนื่อยก็หยุด อย่าฝืนร่างกาย ทําเท่าที่ทําไหว อย่าไปรีบร้อน พรุ่งนี้ก็เริ่มฝึกใหม่ไปเรื่อยๆ แล้วกล้ามเนื้อจะค่อยๆพัฒนาไปเอง ที่สําคัญขณะวิ่ง จิตใจต้องเบิกบานสนุก และมีความสุขด้วย”

 

ผลลัพธ์ของการดูแลสุขภาพมีค่าเสมอ

สุขภาพกายแข็งแรง สุขภาพสมองฟิตปั๋งแบบนี้ คุณสุนันทาแอบกระซิบบอกอีกด้วยว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเธอดูแลเรื่องอาหารการกินและให้ความสําคัญกับการพักผ่อนไม่น้อยเช่นกัน

“ฉันจะทําอาหารกินเอง เพราะสามารถดูแลเรื่องวัตถุดิบและความสะอาดได้เป็นอย่างดี ผงชูรสก็ไม่ใส่ ผักผลไม้ก็ล้างแล้วล้างอีก(หัวเราะ) พยายามกินทุกอย่างให้สมดุล หลากหลาย และหลีกเลี่ยงของมันของทอด ส่วนการพักผ่อนที่ดีที่สุดก็คือ เข้านอนแต่หัวค่ำ”

รูปภาพจาก pixels

เคล็ดลับง่ายๆ แค่นี้ ส่งผลให้คุณสุนันทากลายเป็นผู้หญิงวัย 80 ยังแจ๋ว ที่หนุ่มสาวหลายคนต้องซูฮกเลยทีเดียว

“ตั้งแต่เริ่มวิ่ง ฉันไม่เคยเข้าโรงพยาบาลเลย เจ็บป่วยวันเดียวก็หาย ไม่เรื้อรัง ความดันมีนิดหน่อย แต่เบาหวานไม่มี คอเลสเตอรอลไม่มี กระดูกแข็งแรงมาก อาการปวดขาปวดเข่านี่ลืมไปได้เลย” เธอยิ้มพร้อมกับโชว์กล้ามเนื้อขาสุดเฟิร์มให้ดู

อ่านจนจบ หลายคนคงอยากสูงวัยแบบสตรองเหมือนเธอคนนี้ ว่าแล้วเรารีบหยิบรองเท้าผ้าใบแล้วออกไปวิ่งกันดีกว่า

คนที่ไม่เคยวิ่ง ไม่ว่าจะวัยไหน อายุเท่าไร ต้องเริ่มจากการเดินเร็วก่อน

 

รู้หรือไม่

300 คือ ปริมาณแคลอรีที่เผาผลาญได้หลังจากวิ่งเป็นระยะทาง 4.8 กิโลเมตร ในเวลาประมาณ 30 นาที
ข้อมูลจาก สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)

 

คลิกดู VDO ที่นี่ 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก goodlifeupdate