8 วิธีเลิกกินเค็ม… ลดเสี่ยงสารพัดโรค

8 วิธีเลิกกินเค็ม… ลดเสี่ยงสารพัดโรค

วิธีเลิกกินเค็ม แบบง่ายๆ และไม่รู้สึกว่า รสชาติไม่อร่อย

วิธีเลิกกินเค็ม ต้องทำอย่างไร เพราะหลายคนยังติดนิสัยขอพริกกะเกลือจิ้มผลไม้ ข้าวผัดกล่องนี้ราดพริกน้ำปลาให้ด้วย เส้นเล็กต้มยำของฉันใส่น้ำปลาสามช้อนเหมือนเดิมนะ แต่รู้หรือไม่ว่า ในแต่ละวันอาหารที่เรารับประทานนั้นมีเกลือเป็นส่วนผสมอยู่มากน้อยเพียงใด

เพราะแม้โซเดียมจะเป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายต้องการ แต่ปริมาณโซเดียมที่แนะนำให้บริโภคในแต่ละวันคือ ไม่ควรเกิน 2,400 มิลลิกรัม หรือเทียบเท่ากับเกลือแกงปริมาณ 6 กรัม (1 ช้อนชา) ในขณะที่ในน้ำปลาหรือซีอิ๊วหนึ่งช้อนโต๊ะมีปริมาณโซเดียมมากถึง 1,000 มิลลิกรัม ยังไม่รวมอาหารอีกมากที่มีส่วนผสมของเกลือโซเดียมปริมาณสูง โดยเฉพาะอาหารแห้ง อาหารหมักดอง และเครื่องปรุงรส เช่น กะปิ น้ำปลา ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของอาหารไทย

นอกจากนี้ การบริโภคเกลือมากเกินความต้องการยังเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่างๆ ทั้งโรคไต โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง หรืออัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคหัวใจขาดเลือด เพื่อสุขภาพของคุณและคนที่คุณรัก ชวนกันปรับเปลี่ยนนิสัยการรับประทานอาหารให้จืดลง หรือ

 

เริ่มต้นด้วยการลดปริมาณเกลือในอาหารด้วย 8 เคล็ดลับง่ายๆ ที่เรานำมาฝากค่ะ

 

8 เคล็ดลับง่าย หยุดกินเค็ม

 

1. จำกัดการใช้เกลือ หรือเครื่องปรุงรสในการปรุงอาหารและบนโต๊ะอาหาร

 

 

 

2. ชิมอาหารทุกครั้ง ก่อนที่จะมีการเติมเครื่องปรุงทุกชนิด

 

 

 

3. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณเกลือโซเดียมสูงหรือมีรสเค็มจัด เช่น อาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็งและปรุงสำเร็จอาหารหมักดอง อาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก หมูยอ และขนมขบเคี้ยว

 

 

 

4. หลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงมาจากเครื่องปรุงที่มีเกลือโซเดียมมาก แต่ไม่มีรสเค็ม เช่น อาหารใส่ผงชูรส (โมโนโซเดียมกลูตาเมท) อาหารใส่ผงฟู (โซเดียมไบคาร์บอเนต)อาหารใส่สารกันบูด (โซเดียมเบนโซเอต)

 

 

 

5. เมื่อจับจ่ายซื้ออาหารสำเร็จรูป อ่านฉลากกำกับทุกครั้ง และเลือกชื้ออาหารที่ระบุชัดเจนว่ามี โซเดียมต่ำ หรือ ไม่มีเกลือหรือไม่เติมเกลือ เท่านั้น

 

 

 

6. ถ้าต้องการเพิ่มรสชาติอาหาร ให้ใช้เครื่องเทศแทนการใช้เกลือ เช่น น้ำส้ม มะนาว กระเทียม ขิง หัวหอม พริกหรือใช้เครื่องปรุงรสที่มีโซเดียมต่ำแทนเครื่องปรุงรสสูตรปกติ

 

 

 

7. เลือกรับประทานอาหารสดจากธรรมชาติ เช่น ผักผลไม้ ข้าวซ้อมมือ

 

 

 

8. ลดความถี่ของการรับประทานอาหารที่ต้องมีเครื่องปรุง เช่น สุกียากี้

 

 

 

ถ้ารักสุขภาพ ชวนกันลดอาหารเค็ม และลองหันมารับประทานอาหารรสธรรมชาติ ที่มีทั้งความหวานและความกรอบใหม่ของผักผลไม้สดๆ

เรียกว่าอร่อยได้ประโยชน์และไม่ทำลายสุขภาพกันค่ะ

 

 

 

ขอขอบคุณรูปภาพจาก pixels

ขอขอบคุณรูปภาพจาก unsplash

ขอขอบคุณข้อมูลจาก goodlifeupdate

ขอขอบคุณ สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข